เครื่องดนตรีไทยเป็นมากกว่าวัตถุ แต่เป็น มรดกทางวัฒนธรรม ที่ถ่ายทอดเรื่องราวและอารมณ์ผ่านเสียงอันไพเราะ การดูแลรักษาเครื่องดนตรีเหล่านี้ให้คงสภาพดีอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ ไม่เพียงแต่เพื่อรักษาคุณภาพเสียง แต่ยังเป็นการยืดอายุการใช้งานให้เครื่องดนตรีชิ้นโปรดอยู่คู่กับเราไปอีกนาน บทความนี้จะมาเผยเคล็ดลับการดูแลเครื่องดนตรีไทยแต่ละประเภทอย่างถูกวิธี เพื่อให้เสียงดนตรีของเราไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลา
หลักการดูแลรักษาเบื้องต้นที่ใช้ได้กับทุกประเภท
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสาย เครื่องเป่า หรือเครื่องตี มีหลักการพื้นฐานที่ใช้ได้กับเครื่องดนตรีไทยทุกชนิด ดังนี้:
- หลังเล่นต้องจัดการ: สิ่งสำคัญที่สุดคือ การทำความสะอาด และ การคลายความตึง หลังการใช้งานทุกครั้ง สำหรับเครื่องสาย (เช่น ซอ จะเข้) ควร คลายสายหรือเลื่อนหย่อง/หมอน ให้สายหย่อนเล็กน้อยเพื่อลดแรงตึงที่ตัวเครื่องและสาย สำหรับเครื่องตีประเภทระนาด ควร ปลดเชือกคล้องผืนระนาด ลงหนึ่งข้าง เพื่อป้องกันความเสียหายที่เชือกหรือตะขอ
- ทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน: ใช้ผ้าแห้ง ผ้านุ่ม หรือผ้าหมาด ๆ เช็ดทำความสะอาดตัวเครื่องและชิ้นส่วนต่าง ๆ เพื่อขจัดคราบเหงื่อ ฝุ่น และคราบไคล การใช้น้ำยาทำความสะอาดควรเลือกที่เหมาะสมกับวัสดุของเครื่องดนตรีนั้น ๆ
- การจัดเก็บที่เหมาะสม: ควรเก็บเครื่องดนตรีใน ภาชนะหรือกล่องเฉพาะ ของแต่ละชนิด และใช้ผ้าคลุมให้มิดชิดเพื่อป้องกันฝุ่นละออง ควรเก็บใน ที่ที่มีอุณหภูมิและความชื้นเหมาะสม ไม่ร้อนจัดหรือเย็นจัดเกินไป และ หลีกเลี่ยงแสงแดด โดยตรง เพราะความร้อนและความชื้นที่เปลี่ยนแปลงกะทันหันอาจทำให้ไม้ขยายตัว ยืดตัว หรือแตกร้าวได้
- ห้ามวางซ้อนหรือตากแดด: ไม่ควรวางเครื่องดนตรีซ้อนกัน หรือใช้แทนอุปกรณ์อื่น ๆ และห้ามนำไปแช่น้ำหรือตากแดดเป็นอันขาด
การดูแลเครื่องดนตรีไทยเฉพาะประเภท
เครื่องดนตรีแต่ละชนิดมีความต้องการในการดูแลที่แตกต่างกันไป:
1. เครื่องสาย (ซอ, จะเข้)
- การคลายสาย: หลังเล่นต้อง คลายสาย เล็กน้อยเสมอเพื่อลดภาระของตัวเครื่องและหมุดลูกบิด
- ทำความสะอาด: ใช้ผ้าแห้งเช็ดสายและตัวเครื่องเบา ๆ สำหรับจะเข้ หากนมจะเข้หลุด ควรใช้กาวติดกลับไปในตำแหน่งเดิม และควรเปลี่ยนสายใหม่เมื่อใช้ไปนาน ๆ
2. เครื่องเป่า (ขลุ่ย, ปี่)
- หลังใช้งาน: ควร เช็ดทำความสะอาด ส่วนที่เปียกน้ำลาย โดยเฉพาะบริเวณปากเป่า สำหรับขลุ่ยและปี่ที่ทำจากไม้ ห้ามนำไปแช่น้ำ หรือล้างน้ำโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ไม้บวมหรือแตกร้าวได้
- การจัดเก็บ: เก็บใส่ถุงหรือกล่องให้มิดชิด และระมัดระวังไม่ให้ตกหล่น
3. เครื่องตี (ระนาด, ฆ้อง, กลอง, ฉิ่ง/ฉาบ)
- ระนาด: ปลดเชือกแขวนผืนระนาด ลงหนึ่งข้างหลังเล่นเสมอ ใช้ผ้าคลุม และระวังไม่ให้มีสิ่งของมาวางทับผืนระนาด
- เครื่องหนัง (กลอง, ตะโพน): ควรเก็บใน ที่ที่มีความชื้นน้อย เพื่อป้องกันหน้ากลองหย่อนยาน สำหรับตะโพน ควร แกะข้าวที่ใช้ถ่วงหน้าออก และทำความสะอาดเมื่อไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน
- ฆ้องวง: ควร วางให้ราบกับพื้น หรือตั้งในที่มั่นคง ไม่ควรวางพิงกำแพง และในการเคลื่อนย้ายควรยกให้ตั้งฉากหรือขนานกับพื้น
- โลหะ (ฉิ่ง, ฉาบ): ใช้ น้ำยาขัดทองเหลือง เช็ดทำความสะอาดเป็นครั้งคราว และเก็บใส่ถุงหรือแขวนไว้ ไม่ควรวางซ้อนกัน
อายุยืนยาวด้วยความใส่ใจ
เครื่องดนตรีไทยคือ จิตวิญญาณแห่งวัฒนธรรม การดูแลรักษาด้วยความใส่ใจจึงเป็นการแสดงความเคารพต่อมรดกอันล้ำค่านี้ การทำความสะอาดและการจัดเก็บที่ถูกวิธีหลังการใช้งานทุกครั้ง จะช่วยรักษาสภาพเสียงและรูปลักษณ์ของเครื่องดนตรีให้คงทนสวยงาม อยู่คู่กับการบรรเลงเพลงไทยอันไพเราะของท่านไปได้อย่างยาวนาน
การดูแลรักษาไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ต้องอาศัย ความสม่ำเสมอและความพิถีพิถัน ในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น หากท่านปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้ เครื่องดนตรีไทยของท่านก็จะยังคงเปล่งประกายและขับขานบทเพลงได้ตราบนานเท่านาน
